Binance Logo Binance

What we like
  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่ำ
  • การสนับสนุนหลายแพลตฟอร์ม
  • ซื้อขาย cryptocurrencies มากกว่า 180 รายการบน Binance
Overall Ratings
9.8 /10.0
ภาคภูมิ เกิดปราบ
Last updated
4min read
แชร์

Binance เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชั้นนำ สำหรับนักเทรดและผู้ที่สนใจซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลหลากหลายประเภทด้วยค่าธรรมเนียมต่ำ Binance เป็นแพลตฟอร์มที่นำทีมโดยคุณ Changpeng Zhao มาพร้อมกับฟีเจอร์รูปแบบใหม่

Community ที่พัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดนิ่งรับกระแสการเงินโลก เป็นกระดานเทรดที่สามารถซื้อขาย Bitcoin และ Altcoins ด้วยเงิน Fiat ได้มากกว่า 40 สกุลเงิน (เงิน Fiat คือ สกุลเงินตามกฎหมาย เช่น บาท ดอลลาร์ เยน เป็นต้น) ซึ่ง Binance ก็มี Altcoins ของตัวเองชื่อว่า BNB

บนแพลตฟอร์มนี้มีการเทรด Futures และ Margin ด้วยเลเวอเรจสูงถึง 125x และยังมีวิสัยทัศน์พัฒนาไปสู่องค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นกับภาครัฐ (Decentralized Autonomous Organization หรือ DAO) ในอนาคต

แม้ Binance จะสามารถรับมือกับธุรกรรมการเทรดจำนวนมากได้อย่างลื่นไหล แต่ก็มีปัญหาบ้างบางครั้ง เช่น การปรับปรุงระบบและช่องโหว่ของระบบความปลอดภัย แต่ถึงอย่างไร แพลตฟอร์ม Binance ยังคงเป็นหนึ่งกระดานเทรดที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับสายคริปโตเคอร์เรนซี

รีวิว Binance: จุดเด่น


Binance เป็นหนึ่งในกระดานเทรดคริปโตยอดนิยม ภายใต้การดูแลของคุณ Changpeng Zhao แม้ Binance จะดำเนินงานมาเพียง 3 ปีกว่าๆ แต่กลับสร้างผลงานจนขึ้นแท่นศูนย์กลางแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยและเปิดกว้างสำหรับโลกคริปโต

ข้อมูลทั่วไป


ที่อยู่เว็บไซต์ : ลิงก์
สถานที่ตั้ง: ประเทศมอลตา
ปริมาณการซื้อขายรายวัน: 358836.3 BTC
แอปมือถือ: มี
เป็นองค์กรอิสระ: ไม่
บริษัทแม่: บริษัท Binance Holding
ประเภทการโอน: บัญชีธนาคาร, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, บัญชีคริปโต
รองรับสกุลเงิน Fiat: 30+
รองรับคู่เทรด: 563
Token (สกุลเงินดิจิทัล): Binance BNB
ค่าธรรมเนียม: ต่ำ(อัตราเปรียบเทียบ)

ตัวอย่างหน้าเว็บ Binance


ภาพถ่ายหน้าจอ Binance
เว็บไซต์ Binance ที่มา: Binance.com

จุดเด่นของ Binance คือ:

    • Binance รองรับการเทรดกว่า 180 สกุลเงินดิจิทัล และมีเหรียญใหม่เข้า Binance เพิ่มอีกเรื่อยๆ จึงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักสำหรับการซื้อขาย Altcoin ที่ดีที่สุด
    • Binance Fiat Gateway ช่วยให้คุณสามารถซื้อขาย Bitcoin และ 15 Altcoins ตัวท็อปด้วย 40 สกุลเงิน Fiat ยอดนิยมผ่านบัตรธนาคาร เงินในพอร์ต และวิธีชำระเงินช่องทางอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถขายเป็นสกุลเงินดิจิทัลเป็นเงิน Fiat ที่ประเทศคุณรองรับได้เช่นกัน
    • ค่าธรรมเนียมต่ำ Binance เป็นหนึ่งในกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตที่มีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำในอุตาหกรรมนี้
    • เข้าถึงได้หลายช่องทาง คุณสามารถเข้าถึง Binance ผ่านเว็บไซต์, แอปมือถือ ทั้งระบบ Android (รวมถึง Android APK) และ iOS และเดสก์ท็อปบน macOS และ Windows และยังสามารถใช้ Binance API ได้อีกด้วย
    • เทรด Binance Futures ด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 125x และเทรดมาร์จิ้นได้ถึง 3x เป็นสัญญาซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ในกระเป๋าคริปโต ที่สามารถเปิด Position เลเวอเรจสูงเพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น
  • ทีมซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง Binance มีศูนย์ช่วยเหลือที่พร้อมประสานให้คุณเข้าถึงทีมซัพพอร์ตหรือรับคำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น และคำอธิบายเกี่ยวกับฟังก์ชันการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม
  • Binance Launchpad สมาชิก Binance สามารถเข้าร่วมระดมทุน initial exchange offerings (IEOs) ได้ ซึ่ง IEOs ของ Binance ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สร้างผลกำไรได้มากที่สุดเลยทีเดียว
  • Binance Finance แพลตฟอร์ม Binance สนับสนุนการ Staking (คือ การนำเหรียญคริปโตมาฝากเพื่อรับดอกเบี้ย), การกู้ยืมคริปโต และอื่นๆ เพื่อรับ Passive Income จากทรัพย์สินดิจิทัลที่คุณมี

โดยสรุปแล้ว Binance เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ๆ และน่าสนใจบนตลาดโลกคริปโต โดยทีมพัฒนาและสมาชิกทั่วโลกใน Community ของ Binance ต่างร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างธุรกิจตามแบบ Ecosystem

และส่งเสริมการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก Binance จึงเป็นอีกหนึ่งกระดานเทรดคริปโตที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่และนักเทรดมืออาชีพ

ประวัติ


Binance เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มน้องใหม่ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างของวงการคริปโต คอนเซ็ปต์ของแพลตฟอร์มเริ่มจากไอเดียง่ายๆ อย่างการให้บริการด้วยอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ใช้งานง่าย รวดเร็ว และมีเสถียรภาพสำหรับการเทรดคริปโต

หน้าแรกของแพลตฟอร์ม Binance ที่มา: Binance.com
หน้าแรกของแพลตฟอร์ม Binance ที่มา: Binance.com

Binance เปิดตัวที่ประเทศจีน ในเดือนกรกฎาคม 2017 โดยมีผู้ก่อตั้งที่อยู่เบื้องหลังวงการคริปโต คือ Changpeng Zhao และ Yi He ที่เคยทำงานให้กับแพลตฟอร์ม OKCoin มาก่อน ส่วน Changpeng เองก็เป็นสมาชิกของทีมกระเป๋าเงินดิจิทัล Blockchain.com มาตั้งแต่ปี 2013

Binance ได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จจากการระดมทุน ICO (ย่อมาจาก Initial Coin Offering) สำหรับโปรเจคต่างๆ ในช่วงวันที่ 1-20 กรกฎาคม 2017 ทาง Binance ได้รับยอดสูงถึง 15,000,000 เหรียญสหรัฐจากนักลงทุนไฟแรง และนักลงทุนก็จะได้รับ 100,000,000 BNB (Token หรือ Coin ของ Binance) บนบล็อกเชน Ethereum (ปัจจุบันถูกย้ายไปยัง Binance Chain ของ Binance แล้ว) โดยราคา ICO เริ่มต้นของ BNB คือ 0.115 เหรียญสหรัฐต่อ 1 BNB

Binance ก้าวขึ้นสู่กระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดเมื่อคิดจากปริมาณการการซื้อขายคริปโตทั่วโลก และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือ แพลตฟอร์มประสบความสำเร็จในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น และปัจจุบันก็ยังคงอยู่ระดับท็อปของกระดานเทรดในตลาดคริปโต

ด้วยระบบที่ใช้งานง่าย, ความสามารถในการจัดการธุรกรรมจำนวนมาก และการเข้าถึงแพลตฟอร์มในหลายภาษา (ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ภาษาจีน(ทั้งอักษรจีนตัวย่อและดั้งเดิม), สเปน, รัสเซีย, เกาหลี, เวียดนาม, อิตาลี, ตุรกี, โปรตุเกส, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, มาเลย์, และยูเครน)

ถึงแม้บริษัท Binance จะก่อตั้งที่ประเทศจีน แต่มีการย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนรัฐบาลจีนจะประกาศแบนการเทรดคริปโตในปี 2017 และในปี 2018 Binance ก่อตั้งสำนักงานที่ไต้หวันและประกาศย้ายไปยังประเทศมอลตา อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 หน่วยงาน Malta Financial Services Authority (MFSA) ชี้แจงว่า Binance ไม่ได้จดทะเบียนหรืออยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเป็นทางการในประเทศ

ขณะที่สำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศมอลตา บริษัท Binance มีการจดทะเบียนที่หมู่เกาะเคย์แมนและเซเชลส์ นอกจากนี้ยังมีทีมงานในแคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา), ลอนดอน (สหราชอาณาจักร), ปารีส (ฝรั่งเศส), เบอร์ลิน (เยอรมนี), มอสโก (รัสเซีย), อิสตันบูล (ตุรกี), สิงคโปร์, นิวเดลี (อินเดีย), คัมพาลา (ยูกันดา), มะนิลา (ฟิลิปปินส์), โฮจิมินห์ (เวียดนาม), เจอร์ซีย์, และที่อื่นๆ ในเอเชีย โดยรวมแล้ว มีทีมงานให้บริการถึง 40+ ประเทศ

ระบบ Ecosystem ของ Binance ที่มา: Binance.com
ระบบ Ecosystem ของ Binance ที่มา: Binance.com

ปัจจุบัน Binance มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 15 ล้านยูสเซอร์ และมียอดซื้อขายคริปโตมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยต่อวัน นอกจากนี้ ยังพัฒนาโปรเจคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น:

  • Binance US และ Binance สำหรับประเทศอื่นๆ กฎการเทรดบน Binance แต่ละเวอร์ชันมีความแตกต่างกันตามกฎหมายของแต่ละพื้นที่
    • Binance DEX คือ กระดานซื้อขายคริปโตแบบไร้ตัวกลางควบคุม (Decentralized Exchange) บน Binance Chain
  • Binance JEX กระดานเทรดคริปโตรูปแบบ Futures และ Options
  • Binance Futures คือ ตราสารอนุพันธ์คริปโตของ Binance ที่เปิดโอกาสให้คุณเทรด Futures ด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 125x
  • Binance Launchpad เป็นแพลตฟอร์มระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัลแบบ IEOs ของ Binance ซึ่ง Binance Launchpad ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของอุตสาหกรรมและทำให้แนวคิดนี้แพร่พลายในวงการคริปโต
  • การเทรด Binance P2P คือ แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบ Peer-to-Peer เหมือนกับเว็บไซต์ LocalBitcoins หรือ LocalCryptos ที่รองรับการชำระเงินผ่าน WeChat, AliPay, บัญชีธนาคาร และ QIWI
  • Binance Loans สำหรับกู้ยืมคริปโต เป็นฟีเจอร์ที่คุณสามารถใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่มาค้ำประกันเพื่อกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซี
  • Binance OTC คือ การซื้อขายนอกกระดานสำหรับวาฬ (วาฬคริปโต คือ ผู้ถือครองคริปโตจำนวนมาก) และการซื้อขายคริปโตจำนวนมาก
  • Binance Savings เป็นการฝากทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อรับดอกเบี้ยบนแพลตฟอร์ม Binance (คล้ายการฝากบัญชีออมทรัพย์) ซึ่งคุณสามารถถอนออกได้ตลอดเวลา
  • Binance Staking เป็นฟีเจอร์ที่สามารถใช้เหรียญคริปโตบางเหรียญมาฝากและล็อกไว้เพื่อรับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 16% ต่อปี โดยสกุลเงินดิจิทัลที่รองรับการ Staking บน Binance คือ  Ark, EOS, ARPA, TROY, Lisk, LOOM, Tezos, KAVA, THETA และอื่นๆ อีกมากมาย
    • Binance Fiat Gateway คือ เกตเวย์ที่ช่วยให้คุณซื้อขาย Cryptocurrency ด้วยสกุลเงินประจำชาติได้ (ปัจจุบันรองรับประมาณ 40 สกุลเงิน)
    • Binance Chain และ Binance Coin (BNB) เป็นระบบนิเวศทางธุรกิจบล็อกเชนที่มี Token (BNB) และ Decentralized Exchange (DEX) เป็นของตัวเอง
  • Binance USD (BUSD) และ Binance GBP คือ เหรียญ Stablecoin ของ Binance ที่จัดตั้งร่วมกับบริษัท Paxos Trust
  • Binance Academy คือ ศูนย์การเรียนรู้เปิดรับเพื่อศึกษาเกี่ยวกับบล็อกเชนและ Cryptocurrency
  • Binance Charity มูลนิธิการกุศลที่สนับสนุนความก้าวหน้าของบล็อกเชนและการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน
    • Binance Info คือสารานุกรมแบบ Open Source เกี่ยวกับ Cryptocurrency
    • Binance Labs เป็นกองทุนที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนโปรเจคบนบล็อกเชนของ Binance
    • Binance Research แพลตฟอร์มวิเคราะห์งานวิจัยระดับสถาบันสำหรับนักลงทุน Cryptocurrency
    • Trust Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการของ ของ Binance ที่มีความปลอดภัยและไร้ตัวกลาง
  • Binance Cloud โซลูชันการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลสำหรับการลงทุน Cryptocurrency
  • Binance Card คือ บัตรชำระเงินคริปโตที่สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เหมือนกับบัตรเครดิต เดบิตของธนาคาร

ในปี 2019 และปี 2020 มีพาดหัวข่าวถึงเรื่อง Binance เข้าซื้อกิจการกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย WazirX, แพลตฟอร์มวิเคราะห์ dapp ของจีน DappReview

และ แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลเหรียญคริปโตอย่าง CoinMarketCapในอนาคต ทาง Binance มีเป้าหมายสำคัญสู่การเป็นองค์กรเสมือนที่สามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระ (DAO) เพื่อทำการซื้อขายระหว่างเงิน Fiat (กว่า 180 สกุลเงิน)กับสกุลเงินดิจิทัล และเพื่อเปิด Open Source อย่างเต็มรูปแบบบน Binance Chain และ Binance Coin (BNB)

ประเทศที่รองรับและการยืนยันตัวตน

Binance เป็นบริษัทเทรด Cryptocurrency ที่ให้บริการกว่า 180 ประเทศทั่วโลก โดยมีข้อจำกัดเฉพาะประเทศที่อยู่ในรายการข้อจำกัดทางเศรษฐกิจหรือในรายชื่อ “Denied Persons List” ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาเท่านั้นผู้ถือสัญชาติอเมริกาและผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาสามารถใช้งานกระดานเทรด Binance US ได้

ส่วนประเทศอื่นๆ ก็มีแพลตฟอร์ม Binance ของประเทศนั้นๆ อยู่เช่นกัน อย่าง Binance Singapore, Binance Uganda และ Binance Jerseyขั้นตอนการยืนยันตัวตนจะแตกต่างกันตามกฏหมายของประเทศนั้นๆ สำหรับการวิธีการสมัคร Binance ครั้งแรก ผู้ใช้งานจะต้องยืนยันตัวตนแบบ KYC โดยมีสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม ดังนี้:

  • เอกสารยืนยันตัวตน (เช่น หนังสือเดินทาง, บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบขับขี่)
  • เอกสารยืนยันที่อยู่อาศัย (เช่น บิลค่าสาธารณูปโภค)

การยืนยันตัวตน เป็นขั้นตอนที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยทาง Binance จะตรวจสอบข้อมูลทันทีหลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีขั้นตอนให้คุณเซลฟี่กับเอกสารยืนยันตัวตนและกระดาษที่เขียนว่า “Binance” พร้อมระบุวันที่ ณ ปัจจุบัน ลงไปที่ค่อนข้างจะยุ่งยากอยู่พอสมควร

แต่ถ้าคุณยังไม่ได้ยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย คุณจะติดลิมิตการถอน 2 BTC ต่อวัน และหลังจากยืนยันตัวตนเสร็จแล้ว คุณสามารถถอนได้ 100 BTC ต่อวันเลยทีเดียว

แม้ว่าจะไม่มีการตรวจสอบโปรไฟล์ ระบบความปลอดภัยของแพลฟอร์มอาจต้องมีการยืนยันข้อมูลเมื่อถอนเงินจาก Binance ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานที่ไม่ได้ยืนยันมาก่อนหลายคนดังนั้น จึงไม่แนะนำกระดานเทรด Binance สำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์เท่าไหร่นัก

ค่าธรรมเนียมการเทรดคริปโตบน Binance


แพลตฟอร์ม Binance สามารถฝากเงินได้ฟรี แต่การเทรดและถอนเงินจะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ยังถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่ถูกที่สุดในการเทรดคริปโตอยู่ดีBinance หัก 0.1% จากทุกๆ การซื้อขายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม

ซึ่งเป็นเรทที่ถูกสำหรับเว็บเทรดคริปโตแล้ว โดยค่าธรรมเนียม 0.1% นี้ จะหักทั้งจากการเทรดแบบ Spot และ Margin เลย ตัวอย่างเช่น Coinbase Pro คิดค่าธรรมเนียม 0.5%, Bittrex คิดค่าธรรมเนียม 0.2% จากทุกๆ การซื้อขาย

ส่วนเว็บเทรดคริปโตยอดนิยมอย่าง KuCoin และ HitBTC คิดเรทเดียวกับ Binance คือ 0.1% แต่ HitBTC หัก 0.1% สำหรับ Market Maker และหัก 0.2% ต่อการรับคำสั่งซื้อ ส่วนกระดานเทรดอย่าง Poloniex หรือ Kraken มีค่าธรรมเนียมสูงประมาณ  0.15%-0.16% สำหรับ Maker และหักค่าธรรมเนียม 0.25%-0.26%

สำหรับ Takerคุณสามารถรับส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรดคริปโตได้เมื่อใช้ Binance Coin (BNB) (ลดได้สูงถึง 25%), การแนะนำเพื่อน (ลดได้มากถึง 25%) ทำให้ Binance เป็นหนึ่งในการกระดานเทรดที่มีค่าธรรมเนียมถูกที่สุดนั่นเองค่าธรรมเนียม Binance ที่มา: Binance.comค่าธรรมเนียมต่ำนี้ ยังสามารถใช้กับการเทรด Futures ได้อีกด้วย สำหรับระดับพื้นฐาน (VIP 0) คุณจะต้องจ่าย 0.02% สำหรับ Maker (การซื้อขายแบบตั้งออเดอร์ล่วงหน้า) และ 0.04% สำหรับ Taker (การซื้อขายทันทีในราคาปัจจุบัน)อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญเมื่อพิจารณาถึงค่าธรรมเนียมของ Binance คือ ค่า Funding Rate บนกระดานเทรด Futures และอัตราดอกเบี้ยสำหรับการเปิดโพสิชัน Margin

ซึ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขของตลาดและไม่มีอัตราคงที่ (Fixed Rate) ที่แน่นอน เพราะฉะนั้น คุณควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมเหล่านี้อยู่เสมอบนหน้าเว็บไซต์ Binance สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ยังมีค่าธรรมเนียนการฝากและถอนอีกหนึ่งด่าน ซึ่งคุณสามารถฝาก Cryptocurrency ฟรีกว่า 180+ เหรียญที่สนับสนุนโดย Binance ส่วนการถอน ทาง Binance มีข้อเสนอที่คุ้มค่า โดยค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างไปตามสกุลเงินดิจิทัลที่คุณถอน และนี่คือตัวอย่างค่าธรรมเนียมของเหรียญคริปโตยอดนิยม:

เหรียญ ถอนขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียม
Bitcoin (BTC) 0.001 BTC 0.0004 BTC
Bitcoin (BTC) – BEP2 0.0000044 BTC 0.0000022 BTC
Ethereum (ETH) 0.02 ETH 0.003 ETH
Ethereum (ETH) – BEP2 0.00018 ETH 0.000092 ETH
Litecoin (LTC) 0.002 LTC 0.001 LTC
Litecoin (LTC) – BEP2 0.00074 LTC 0.00037 LTC
Monero (XMR) 0.0002 XMR 0.0001 XMR
Ripple (XRP) 0.5 XRP 0.25 XRP
Ripple (XRP)- BEP2 0.17 XRP 0.083 XRP

ในตัวอย่างจะเห็นว่า Binance มี 2 ตัวเลือกในการถอน 2 แบบ คือ เวอร์ชันปกติและ BEP2 ซึ่งการถอนเหรียญตระกูล BEP2 นั่น จะดำเนินการบน Binance Chain และไม่สามารถใช้ได้เหมือนกับสินทรัพย์ดิจิทัลตัวจริง เพราะเป็นเวอร์ชันตัวแทน BEP2 ที่ทาง Binance กำหนดไว้

เพื่อทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมเหล่านี้ให้มาขึ้น มาดูค่าธรรมเนียมจากกระดานเทรดอื่นๆ อย่าง Kraken และ Bittrex คิดค่าธรรมเนียมการถอน 0.0005 BTC ในขณะที่ Bitfinex และ HitBTC คิดค่าธรรมเนียมการถอน 0.0004 BTC และ 0.001 BTC ตามลำดับ

ถึงแม้ว่า Binance จะไม่มีการเทรดคู่เงิน Fiat กับ crypto แต่มีการซื้อขาย Fiat-to-crypto ผ่านระบบคนกลาง ซึ่งการใช้ Binance Fiat Gateway จะช่วยให้คุณสามารถซื้อขายเหรียญคริปโตได้ด้วยเงิน Fiat กว่า 40 สกุลเงิน ค่าธรรมเนียมก็จะแตกต่างกันไปตามขึ้นตอนการชำระเงินและอัตราการแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวที่กำหนดโดย Simplex, Koinal, TrustToken, BANXA, iDEAL, SEPA, Paxos, และการชำระเงินรูปแบบอื่นๆ

โดยปกติแล้ว Fiat Gateway มีอัตราค่าธรรมเนียมต่างกันออกไปตามวิธีการชำระเงินที่เลือก และตัวประมวลผลตั้งแต่ 1% ถึง 7% ซึ่งการทำธุรกรรมด้วยบัตรธนาคารจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการชำระเงินรูปแบบอื่น

สรุปแล้ว Binance เป็นกระดานเทรดที่มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด ซึ่งเป็นข้อดีที่สำคัญมากเลยทีเดียว มีการให้บริการหลายรูปแบบพร้อมกับราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ Binance เป็นหนึ่งในตัวเลือกเว็บเทรดคริปโตที่เข้าถึงได้ง่าย มาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ และให้ความสะดวกสบายได้มากที่สุด

ความปลอดภัยของ Binance


ระบบความปลอดภัยของ Binance อยู่ในระดับดี แต่ก็เคยโดนแฮกระบบเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2019 สูญเสียมูลค่าไปกว่า 7000 BTC เพราะถูกแฮกหลายบัญชี และมีการใช้กองทุน #SAFU (Secure Asset Fund for Users) เพื่อชดเชยให้กับผู้เสียหาย ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา Binance ก็ปรับปรุงระบบความปลอดภัยด้วยการใช้ Universal 2nd Factor (U2F) และเพิ่มการตรวจสอบในการซื้อขายเหรียญคริปโตให้มากขึ้น

นอกจากนี้  Binance ยังสนับสนุนให้ผู้ใช้งานใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน หรือ Two-factor authentication (2FA) โดยใช้การยืนยันตัวตนผ่าน Google หรือ SMS และนักเทรดสามารถเลือก Whitelist Address และตั้งรหัส Anti-Phishing Code ได้

นอกจากนี้ ยังมีคำถามที่พบบ่อยด้านความปลอดภัยใน Support Center ที่จะช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการโกงแบบฟิชชิ่งและข้อผิดพลาดในเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล และการถอนเงินจาก Binance จะต้องได้รับการยืนยันผ่านทางอีเมล จึงจะสามารถทำธุรกรรมได้

ความปลอดภัยของบัญชี Binance ที่มา: Binance.com

ในปี 2021 Binance มีการใช้โซลูชันควบคุมความเสี่ยง AI ที่ทันสมัย ด้วยการใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนและการจดจำใบหน้า, การวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง และการพิสูจน์หลักฐานทางไซเบอร์ (Cyber Forensics) เพื่อติดตามทุกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบนกระดานเทรด และจับจุดที่น่าสงสัยและผิดปกติ

จากเหตุการณ์ล่าสุด ทาง Binance แสดงให้เห็นว่ามีการตอบสนองที่รวดเร็วต่ออาชญากรรมไซเบอร์และปกป้องทรัพย์สินของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่าง ในเดือนมีนาคม ปี 2018 มีการฟิชชิ่งเพื่อแฮกเข้าสู่บัญชีของผู้ใช้หลายราย ซึ่งทรัพย์สินถูกขายเพื่อซื้อสกุลเงิน Viacoin (VIA) อย่างปริศนา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ทาง Binance สามารถระบุและย้อนดูการซื้อขายที่ผิดปกติทั้งหมดได้อย่างเป็นระบบ หมายความว่า แฮกเกอร์ คือ ผู้ที่สูญเสียเงินเพียงคนเดียวเท่านั้น

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 Binance เริ่มใช้กองทุนประกัน SAFU และจัดเก็บ 10% ของรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายทั้งหมดไว้ในกองทุนนี้ เผื่อในกรณีที่แฮกเกอร์ทำการแฮกสำเร็จ ก็จะใช้เงินในกองทุนนี้มาชดเชยค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้เสียหายเหมือนกับเหตุการณ์ที่โดนแฮกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2019 หลังจากปี 2019 Binance ก็มีเรื่องข้อมูล KYC รั่วไหล ซึ่งทางแฮกเกอร์อ้างว่าได้รับข้อมูลจากผู้ขายบุคคลที่สาม

จากรายงานของ CryptoCompare Exchange Benchmark ไตรมาสที่ 4 ปี 2019 Binance เป็นกระดานเทรดเกรด A ติดท็อป 20 อันดับแรกในแง่ของความปลอดภัยด้วย และได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 11.5 จาก 20 คะแนน

โดยรวมแล้ว Binance เป็นกระดานเทรดที่ปลอดภัย แต่ความปลอดภัยไม่ได้มีมาตรฐานสูงมากขนาดนั้นและยังมีช่องว่างที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก

การใช้งานและการออกแบบกระดานเทรด


จุดแข็งสำคัญของ Binance คือ แพลตฟอร์มใช้งานง่าย โดยในปี 2019 มีการปรับปรุงหน้าเว็บไซต์และหน้าซื้อขายให้ดียิ่งขึ้น และปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Binance มีรูปแบบที่เข้าใจง่ายและลิงก์เข้าสู่หน้าอื่นๆ ได้ไม่ยาก ทั้งสำหรับมือใหม่และผู้ที่ใช้งาน Binance มานานแล้ว

Binance ยังมีตัวเลือกหน้าการเทรดระดับเบสิก, คลาสสิก และแอดวานซ์ เพื่อให้เซียนเทรดเดอร์ได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการเทรดในหน้าเดียว (เช่น เงินทุนของผู้ใช้) ในขณะเดียวกันผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นก็สามารถซื้อขายเหรียญคริปโตมาแรงได้โดยไม่มีหน้าต่างและกราฟที่ซับซ้อนมากเกินไป

ภาพถ่ายหน้าจอ Binance

อินเทอร์เฟซแบบพื้นฐาน เป็นรูปแบบที่ง่ายที่สุดในการซื้อขายคริปโต มีตัวเลือกง่ายๆ อย่างเหรียญคริปโต 2 สกุลเงินและทำการเปลี่ยนให้ได้เหรียญสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการ

โหมดคลาสสิก เป็นรูปแบบขั้นสูงที่แสดงถึงภาพลักษณ์และความรู้สึก “คลาสสิก” ของกระดานเทรด Binance ได้อย่างดี อินเทอร์เฟซประกอบด้วยคำสั่งการซื้อขายขั้นสูง, ราคาและ Depth Chart, ราคาซื้อ (Bid) และรายการคำสั่งซื้อขาย (Order Book) รวมถึงประวัติการซื้อขายและคำสั่งซื้อต่างๆ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเทรดแบบ Margin และ Option ได้ตามต้องการ ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยระดับแอดวานซ์

อินเทอร์เฟซระดับแอดวานซ์ จะแสดงค่าทั้งหมดเหมือนกับระดับคลาสสิก แต่หน้าต่างจะถูกจัดให้เป็นระเบียบมากขึ้น เป็นฟีเจอร์เสริมล่าสุดที่ทาง Binance ปรับให้เข้ากับปัจจุบัน มีความทันสมัยต่อการใช้งาน

ต่อไปคือ พอร์ทัลการเทรดแบบ Binance OTC (over-the-counter) สำหรับวาฬคริปโต, สถาบัน หรือ นักเทรดที่มีการซื้อขายคริปโตปริมาณมาก การทำธุรกรรมคริปโตขนาดใหญ่ผ่าน Binance OTC จะช่วยลดความเสี่ยงของราคาคลาดเคลื่อนเมื่อเปิดคำสั่งซื้อขายปกติเนื่องจากมีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ ซึ่ง OTC Desk จะไม่มีค่าธรรมเนียมการเทรดและสามารถดำเนินการโอนเหรียญได้อย่างรวดเร็ว โดย Binance OTC มีการเกณฑ์ขั้นต่ำ คือ USD 10,000 ขึ้นไป และคุณจะต้องผ่านการยืนยันตัวตนระดับ 2 (KYC) ถึงจะสามารถทำธุรกรรมรูปแบบนี้ได้

ปิดท้ายด้วย Binance P2P ที่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน Binance สามารถซื้อขายแบบ fiat-to-crypto ได้ง่ายๆ โดยเทรดเดอร์ทั่วโลกสามารถตั้งร้าน Binance P2P หรือซื้อ tether (USDT), bitcoin (BTC), Binance USD (BUSD), ether (ETH), และ EOS ด้วยเงิน Fiat ได้ โดยช่องทางการชำระเงินที่ Binance P2P รองรับ คือ โอนผ่านบัญชีธนาคาร, WeChat, Alipay, และ QIWI

การซื้อเหรียญ Cryptocurrency ด้วยเงิน Fiat ผ่าน Binance เป็นเรื่องที่ง่ายสุดๆ เพียงแค่คุณเข้าไปยังหน้า “ซื้อคริปโต (Buy Crypto)” และเลือกตัวเลือกที่มี ก็เรียบร้อยแล้ว

Binance Fiat Gateway

ปัจจุบัน Fiat-To-Crypto Gateway ของ Binance สามารถซื้อ Bitcoin และเหรียญคริปโตน่าลงทุนอื่นๆ ผ่านบัตรธนาคารได้ด้วย 40 สกุลเงิน Fiat ดังนี้:

  1. ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
  2. ยูโร (EUR) (ซื้อ-ขาย)
  3. ปอนด์ (GBP) (ซื้อ-ขาย)
  4. ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) (ซื้อ-ขาย)
  5. หยวน (CNY) (ซื้อ-ขาย)
  6. ดอลลาร์แคนาดา (CAD) (ซื้อ-ขาย)
  7. เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED)
  8. เปโซอาร์เจนตินา (ARS) (ซื้อ-ขาย)
  9. เลฟบัลแกเรีย (BGN)
  10. เรอัลบราซิล (BRL) (ซื้อ-ขาย)
  11. ฟรังก์สวิส (CHF)
  12. เปโซโคลอมเบีย (COP) (ซื้อ-ขาย)
  13. โครูนาเช็ก (CZK)
  14. โครเนอเดนมาร์ก (DKK)
  15. ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) (ซื้อ-ขาย)
  16. คูนาโครเอเชีย (HRK)
  17. โฟรินต์ฮังการี (HUF)
  18. รูปียะฮ์ (IDR)
  19. นิวเชเกล (ILS)
  20. รูปี (INR) (ซื้อ-ขาย)
  21. เยน (JPY)
  22. ชิลลิงเคนยา (KES) (ซื้อ-ขาย)
  23. วอน (KRW)
  24. เท็งเกคาซัคสถาน (KZT) (ซื้อ-ขาย)
  25. เปโซเม็กซิโก (MXN) (ซื้อ-ขาย)
  26. ริงกิต (MYR) (ซื้อ-ขาย)
  27. ไนราไนจีเรีย (NGN) (ซื้อ-ขาย)
  28. โครนนอร์เวย์ (NOK)
  29. ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)
  30. นวยโบซอลเปรู (PEN) (ซื้อ-ขาย)
  31. ซลอตีโปแลนด์ (PLN)
  32. เลอูโรมาเนีย (RON)
  33. รูเบิลรัสเซีย (RUB) (ซื้อ-ขาย)
  34. โครนาสวีเดน (SEK)
  35. บาทไทย (THB)
  36. ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD)
  37. ลีราใหม่ตุรกี (TRY) (ซื้อ-ขาย)
  38. ฮริฟเนียยูเครน (UAH) (ซื้อ-ขาย)
  39. ดองเวียดนาม (VND) (ซื้อ-ขาย)
  40. แรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) (ซื้อ-ขาย)

ด้วยสกุลเงินเหล่านี้ คุณสามารถขายและซื้อ 15 เหรียญคริปโตได้ทันที ดังนี้: Bitcoin (BTC), Binance Coin (BNB), Binance USD (BUSD), Ethereum (ETH), Ripple (XRP), Bitcoin Cash (BCH), Basic Attention Token (BAT), Dash (DASH), EOS (EOS), Litecoin (LTC), NANO (NANO), Paxos Standard (PAX), Tron (TRX), TrueUSD (TUSD), และ Tether (USDT)

Fiat Gateway ของ Binance เป็นผลการเติบโตของพาร์ทเนอร์ที่ร่วมมือกับบริษัทริปโตชั้นนำ รายชื่อบริษัท Fiat พาร์ทเนอร์ของ Binance คือ Simplex, Koinal, TrustToken, Paxos, Banxa, SEPA และ iDEAL แต่บริษัทอื่นๆ ก็มีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมในอนาคตอีกมากมาย และวิธีการชำระเงินก็จะแตกต่างกันตามที่อยู่ของคุณนอกจากนี้ คุณยังสามารถฝากเงิน Fiat บน Binance ผ่านบัตร Visa, Mastercard, Advcash Wallet, Epay Wallet, Payeer Wallet และอื่นๆ อีกมากมายฝากเงิน Fiat ด้วย Binance Fiat Gateway ที่มา: Binance.comโครงสร้างของ Gateway ล่าสุด ยังสามารถเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลเป็นเงิน Fiat ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแลกเปลี่ยน Stablecoin (เช่น PAX หรือ TUSD) ไปเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้

ทำความรู้จักกับ Binance Futures, การเทรดแบบ Margin และ Options

Binance พัฒนาระบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับการเทรดด้วยเลเวอเรจ การเทรดแบบ Spot จะมีฟีเจอร์แยกต่างหากสำหรับการเทรดแบบ Margin โดยบางสกุลเงินจะมาพร้อมกับเลเวอเรจสูงสุด 3x และในขณะเดียวกัน Binance เปิดตัวกระดานเทรด Futures ที่สามารถตั้งค่าเลเวอเรจได้สูงสุดถึง 125x

แล้วอะไรคือความแตกต่างของรูปแบบการเทรดเหล่านี้?

นอกจากเรื่องเลเวอเรจแล้ว ยังมีอีก 2 รูปแบบการเทรดที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน:

  • การเทรดแบบ Margin คือ ทาง Binance หรือยูสเซอร์ Binance ให้คุณยืมเงินเพื่อเปิดโพสิชันแบบเลเวอเรจ 1:3 โดยคุณต้องเสียค่าธรรมเนียมการเทรด 0.1% ตามปกติ พร้อมกับค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยรายวันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • Binance Futures ให้เลเวอเรจสูงถึง 1:125 ในกระดานเทรด Futures คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเหรียญคริปโตจริงๆ แต่เป็นเพียงสัญญาซื้อขายเท่านั้น Binance Futures จะไม่มีกำหนดวันหมดอายุสัญญาเหมือนกระดานเทรด Futures ทั่วไป ดังนั้นจึงคล้ายกับการเทรดแบบ Spot และตอนนี้ Binance Futures รองรับสัญญา 24 USDT แบบไม่มีวันหมดอายุ และนอกจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายแล้ว คุณยังต้องชำระค่าธรรมเนียมการจ่ายเงินรายวันด้วย
  • การเทรดแบบ Option การเทรดแบบ Options เป็นอีกหนึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่ง Binance Options เป็น Options สไตล์อเมริกัน ทำให้นักเทรดมีตัวเลือกในจัดการสัญญาอย่างไรใดก็ได้ก่อนหมดอายุ โดยมีระยะเวลาหมดอายุตั้งแต่ 10 นาทีถึง 1 วัน

ระบบการเงินของ Binance

นอกจากการเทรดแบบ Spot, Margin, Futures และสามารถซื้อขาย Bitcoin และ Altcoin กว่า 180 เหรียญด้วยเงิน Fiat ได้ง่ายๆ แล้ว Binance ยังมีการพัฒนาการบริการด้านการเงินให้ผู้ใช้ที่สมัครและยืนยันตัวตนแล้วเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย รวมถึง:

  • Binance Savings คือ ระบบที่จะช่วยให้คุณรับดอกเบี้ยเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีได้จากการ Staking ไม่ว่าจะระยะสั้น (ฝากแบบยืดหยุ่น) หรือระยะยาว (ฝากแบบล็อก) การ Staking ทรัพย์สินดิจิทัลแบบยืดหยุ่นจะช่วยให้คุณได้รับค่าตอบแทนมากกว่า 1% ต่อปี ส่วนฝากแบบล็อก จะได้รับส่วนแบ่งสูงสุด 15% ต่อปี
  • Binance Staking เป็นอีกหนึ่งทางทำเงินขณะที่ถือเหรียญคริปโตอยู่ การ Staking จะใช้โปรโตคอลจำนวนมาก ซึ่ง Binance เปิดให้คุณ Staking ได้ด้วย 9 เหรียญคริปโตเคอร์เรนซีและได้รับผลตอบแทนต่อปีโดยประมาณ 1% ถึง 16%
  • Binance Debit Card Binance Card คือบัตรชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ทั่วโลกเหมือนกับบัตรเครดิต/เดบิต
  • Binance Crypto Loans คือ การกู้ยืมเงินคริปโตจาก Binance ทางแพลตฟอร์มจะให้คุณยืม Stablecoin อย่าง USDT หรือ BUSD ระยะเวลาหนึ่งเพื่อใช้หลักประกันทรัพย์สินดิจิทัล

แม้บางฟีเจอร์จะใช้งานได้สะดวกกว่าที่อื่นๆ ทาง Binance ก็ยังคงพัฒนาระบบทางการเงินให้เติบโตต่อไปในโลก web3.0 คงต้องรอดูว่าบริการแบบไหนที่ Binance จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับชาว Crypto ทั่วโลก

Binance Launchpad

ผู้ใช้ Binance สามารถเข้าถึง Binance Launchpad ได้ที่แรกและเป็นหนึ่งในกองทุน IEO ที่ดีที่สุดด้วย ในช่วงปลายปี 2017 Binance เริ่มเป็นตัวกลางให้กับผู้ซื้อและผู้ชาย IEO และได้เปิดตัว14 IEO โปรเจคที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายผู้ร่วมทุน IEO จะต้องถือเหรียญ BNB (Binance Coin) แต่ก็มีโชคจากลอตเตอรี ซึ่งกำหนดลำดับโอกาสซื้อเหรียญใหม่ของผู้ร่วมทุนค่าวัดผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย (ROI) ของ Binance Launchpad มีค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกระดานเทรดอื่นๆ จึงอาจจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าต่อการลงทุน

ฝ่ายบริการลูกค้า

สำหรับฝ่ายสนับสนุนลูกค้า ทาง Binance มี Support Center ที่รวบรวมคำถามที่พบบ่อยยอดฮิตไว้ให้แก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถส่งคำถามไปยังทีม Support ของ Binance ได้ หรือโพสต์ถามใน Community ในกลุ่ม Telegram, Facebook หรือ Twitter

แต่สิ่งที่อยากเน้นให้ทราบ คือ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อฝ่าย Support ของ Binance ซึ่งอาจมองได้ว่าทาง Binance มีการตอบสนองต่อลูกค้าน้อยกว่ากระดานเทรดอื่นๆ เล็กน้อย และถึงแม้ทีมงานออนไลน์จะตอบกลับอย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจมีการติดขัดเล็กน้อยในช่วงที่มีความต้องการซื้อขายสูง

แอป Binance 

คุณสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์ม Binance ผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้หลายเครื่อง ซึ่งตัวเลือกพื้นฐานก็คือ รูปแบบเว็บไซต์ Binance ที่ที่คุณสามารถรับผลประโยชน์และบริการได้อย่างเต็มรูปแบบหรือคุณสามารถดาวน์โหลดแอป Binance สำหรับมือถือ Android หรือ iOS ก็ได้

แอปมือถือทั้งสองระบบจะช่วยให้คุณเข้าถึงฟีเจอร์ส่วนใหญ่ของแพลตฟอร์มได้ รวมถึง Fiat Gateway, Binance Futures, Binance Options, การเทรดแบบ Spot , Margin, การซื้อขาย P2P และอื่นๆ อีกมากมาย

แอป Binance สำหรับ AndroidBinance เป็นหนึ่งในกระดานเทรดคริปโตที่สามารถใช้งานได้บนระบบ macOS และ Windows ซึ่งทั้งสองแอปมีประสิทธิภาพดี แต่มีบางฟีเจอร์ที่น้อยกว่าการใช้งานบนเว็บไซต์แอปพลิเคชั่นเทรดของ Binance บน Windows

อย่างที่คุณทราบว่า Binance เป็นกระดานเทรดที่ใช้งานง่าย ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายสำหรับมือใหม่และนักเทรดมืออาชีพ และยังมี community ระดับนานาชาติของ Binance มักจะได้รางวัลจากการประกวดและแข่งขันมากมายอีกด้วยด้วยเหตุนี้เอง Binance จึงเป็นกระดานเทรดที่เข้าถึงและใช้งานง่ายที่สุดในตลาดคริปโต

วิธีการฝากและถอน


รูปแบบการเทรดบน Binance คือ เทรดด้วยเหรียญ Crypto กับเหรียญ Crypto เท่านั้น ฉะนั้น การฝากและถอนทั้งหมด เป็นเรื่องของการโอนเงินเข้าและออกจาก Crypto Wallet หรือ กระเป๋าเงินดิจิทัลนอกระบบ

ซึ่งไม่สามารถใช้กับการซื้อขายแบบ fiat-to-crypto และการฝากผ่านคนกลางได้ เนื่องจากมีค่าบริการประมาณ 1% ถึง 7% ตัวอย่างเช่น คุณสามารถฝากเงินยูโร (EUR) ด้วย:

  • Simplex (VISA และ Mastercard)
  • โอนผ่านธนาคาร SEPA
  • โอนผ่านธนาคาร iDeal
  • BANXA (ตัดบัตรและโอนผ่านธนาคาร)
  • Koinal (VISA, Mastercard, และบัตรอื่นๆ)
  • Paxful (ชำระเงินได้มากกว่า 300 วิธี)

วิธีฝากและถอนเงิน Fiat จะแตกต่างกันไปในตามสกุลเงิน Fiat ที่คุณเลือกพาร์ทเนอร์ของ Binance

การถอนเงินคริปโตบน Binance มีการจัดการที่รวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการถอนคริปโตที่ถืออยู่ ให้วางเมาส์บนเมนู “กองทุน” คลิก “เงินฝาก” จากนั้นพิมพ์สกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการเพื่อรับในที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลบน Binance เพื่อให้ฝากเงินเข้ามาในกระเป๋าได้

บทสรุป


บทความรีวิว Binance นี้ เราได้เรียนรู้ถึงตัวตนของ Binance ที่พร้อมจะพัฒนาและผลักดันการให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดคริปโต ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แพลตฟอร์ม Binance มีจุดเด่นเรื่องค่าธรรมเนียมต่ำและมีตลาดสำหรับคู่เหรียญ Fiat กับ Crypto ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายๆ พร้อมกับการซื้อขาย Bitcoin และ 180 Altcoins ที่สามารถขายเป็นเงิน Fiat ได้

และยังมีการเทรดแบบ Futures, Options และ Margin สำหรับนักเทรดที่รับความเสี่ยงสูงได้ ในขณะเดียวกันก็มีระบบ Savings และ Staking สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยงด้วย ข้อด้อยเดียวที่ยังคงต้องรอการพัฒนาต่อไปคือ มาตรการความเป็นส่วนตัว ซึ่งค่อนข้างเป็นปัญหาซับซ้อนด้านกฎหมายในปัจจุบัน โดยรวมแล้ว Binance เป็นกระดานเทรดที่มีข้อเสนอยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้ Cryptocurrency ทุกระดับ

ภาคภูมิ เกิดปราบ
อ่านเพิ่มเติม
OKX
  • Fiat เป็นคริปโตแบบ
  • On-ramp การซื้อขายแบบมาร์จิ้น
  • ตัวเลือกความปลอดภัยมากขึ้น