ใช้ BitPay ซื้อ Gucci, ตั๋วภาพยนตร์ และจองซื้อ BNB และ Chainlink ได้แล้ว

สมชาย หวาง
| 0 min read

ใช้ BitPay ซื้อ Gucci, ตั๋วภาพยนตร์ และจองซื้อ BNB และ Chainlink ได้แล้ว

BitPay เป็นบริการชำระเงินผ่าน Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำของโลก ซึ่งได้มีการเปิดตัวรูปแบบการชำระเงินที่ปรับปรุงใหม่สำหรับลูกค้าที่จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัล

ตามโพสต์ในบล็อกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 มกราคม Bitpay จะรองรับการจ่ายเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่ใหม่หลายสิบเหรียญ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Uniswap (UNI), Binance Coin (BNB), Chainlink (LINK), Cronos (CRO) , VERSE (VERSE), Basic Attention Token (BAT) และอื่น ๆ อีกมากมายได้

ด้วยการอัปเดตครั้งนี้ ทำให้ BitPay รองรับการชำระเงินสำหรับร้านค้าชั้นนำมากมาย เช่น Newegg, Jomashop , PacSun , Gucci, Ralph Lauren และ AMC Theatres ทั้งการทำธุรกรรมทางออนไลน์และการทำธุรกรรมด้วยตนเอง สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก BitPay ในการประมวลผลการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่พวกเขาต้องการ

BitPay ครอบคลุมผู้ให้บริการมากกว่า 5,000 ราย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถชำระบิลบัตรเครดิต, ชำระค่ารถยนต์, สินเชื่อ, เงินกู้เพื่อการศึกษา, สินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย แพลตฟอร์มดังกล่าวรองรับผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น Chase Bank, Bank of America, Citibank, Capital One Auto Finance, Wells Fargo Auto และอื่น ๆ

บริษัทรับชำระเงินด้วยโซลูชั่นที่ยืดหยุ่นผ่านบัตร crypto debit ที่แปลง Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม  นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกในการชำระเงินด้านสินเชื่อรถยนต์  ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อใบเรียกเก็บเงินกับผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ เช่น Capital One Auto Finance, Wells Fargo Auto, Toyota Financial Services, Ford Credit และอีกมากมายได้

นอกจากนี้ BitPay ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถชำระคืนสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านฟีเจอร์ Bill Pay ซึ่งเป็นการเปิด ช่องทางในการชำระเงินให้แก่ผู้ให้กู้รายใหญ่ เช่น SoFi , Marcus โดย Goldman Sachs, Avant, Upstart, LendingClub และอื่น ๆ อีกมากมาย

BitPay เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้การชำระเงินผ่านคริปโตที่เข้าถึงได้ง่าย โดยระบุไว้ว่า

“การอัปเดตสินทรัพย์ที่ได้รับการสนับสนุนใหม่ทั้งหมดถือเป็นคำเชิญสำหรับลูกค้าคริปโต ว่าคุณสามารถชำระเงินและใช้จ่ายในสิ่งที่คุณต้องการได้แล้ว”

BitPay ปรับปรุงบริการชำระบิลผ่านความร่วมมือกับ Method Financial


ในเดือนสิงหาคม BitPay ได้เปิดตัว “Bill Pay” ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัลสามารถชำระค่าบริการได้โดยตรงจากกระเป๋าเงินดิจิทัลของตนเอง และยังได้ร่วมมือกับ Method Financial ซึ่งเป็นบริการธนาคารแบบฝังตัว เพื่อให้บริการเรียกคืนตั๋วเงินและหนี้สินแบบเรียลไทม์ การทำงานร่วมกันนี้ช่วยให้แน่ใจได้ว่า ผู้ใช้ทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับบัญชีและยอดคงเหลือของตน

BitPay ยังนำเสนอตัวเลือกที่สะดวกและปลอดภัย สำหรับการชำระยอดคงเหลือโดยตรงให้กับผู้ให้บริการหลายรายจาก แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินที่จัดการด้วยตนเองของ BitPay โดยที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอป BitPay, เชื่อมต่อบิล, เลือกกระเป๋าเงิน และดำเนินการชำระเงินได้เลย

ขณะนี้ Bill Pay มีให้บริการสำหรับผู้ใช้แอป BitPay Wallet บนอุปกรณ์ Android และ iOS ในบางพื้นที่ เช่น Alabama, Alaska, Delaware, District of Columbia, Florida, Georgia, Illinois, Iowa, Kansas, Maine, Massachusetts, Mississippi, Nebraska, New Jersey, New Mexico, Ohio, Oregon, South Dakota, Tennessee และ  Washington

ในเดือนเดียวกัน แพลตฟอร์มการชำระเงินคริปโตนี้ ได้ขยายข้อเสนอโดยเพิ่มการรองรับเหรียญ XRP ซึ่งอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทั่วโลก โดยขณะนี้ ผู้ใช้ BitPay สามารถซื้อ XRP, จัดเก็บอย่างปลอดภัยในกระเป๋าเงิน BitPay ของตนเอง, ทำธุรกรรมด้วยบัตรของขวัญ, เทรด XRP และทำธุรกรรมกับร้านค้าของแพลตฟอร์มได้แล้ว

BitPay ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 และเป็นหนึ่งในบริษัทสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บริษัทเป็นผู้บุกเบิกการประมวลผลการชำระเงินด้วยบล็อกเชน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิวัติวิธีที่ธุรกิจและบุคคลส่ง, รับ และจัดเก็บเงิน โซลูชันทางธุรกิจของบริษัทช่วยจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น การปฏิเสธการชำระเงินจากการฉ้อโกง, ลดต้นทุนการประมวลผลการชำระเงิน และอำนวยความสะดวกในการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลแบบไร้พรมแดน

BitPay มอบโซลูชันการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมแก่ผู้บริโภค ซึ่งรวมถึง BitPay Wallet และ BitPay Card ซึ่งช่วยให้สามารถแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นดอลลาร์สำหรับการใช้จ่ายใน ธุรกิจจำนวนมาก สำนักงานของบริษัทตั้งอยู่ในอเมริกาเหนือ, ยุโรป และอเมริกาใต้ ซึ่งได้รับเงินทุนกว่า 70 ล้านดอลลาร์จากบริษัทการลงทุนที่มีชื่อเสียง เช่น Founders Fund, Index Ventures, Virgin Group และ Aquiline Technology Growth