. 0 min read

Bitcoin คืออะไร? – พร้อมยกตัวอย่างอธิบาย มือใหม่ควรอ่าน!

Bitcoin คืออะไร

Bitcoin เป็นเหรียญคริปโตที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักดีที่สุด เปิดตัวเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2009 โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2017 มี Bitcoin หมุนเวียนในตลาดมากกว่า 16.7 ล้าน Bitcoin โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 250 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีเหรียญคริปโตสกุลใดที่มีมูลค่าใกล้เคียงเลย…

Bitcoin หรือสกุลเงินบิทคอยน์เป็นเหรียญคริปโตที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักดีที่สุดในโลกที่มีอายุอยู่ในตลาดมานานกว่าสิบปี ซึ่งแม้จะเป็นที่นิยม แต่คนจำนวนมากก็ยังคงไม่รู้ว่า Bitcoin คืออะไร มีความหมายอะไร และใช้งานยังไงกันแน่?

บิทคอยน์คืออะไร?


สกุลเงิน Bitcoin เป็นโปรโตคอลการเงินแบบเพียร์ทูเพียร์ที่ออกแบบมาเพื่อทำธุรกรรมโดยไม่ต้องมีหน่วยงานกลางเช่นรัฐบาลและธนาคาร ด้วยลักษณะแบบโอเพ่นซอร์สที่ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกรรมทั้งหมด เช่นเดียวกับการขุดเหรียญบิทคอยน์จะได้รับการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบคณิตศาสตร์อัจฉริยะ การเข้ารหัส และผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เรียกว่านักขุด การออกแบบดังกล่าวทำให้เหรียญเป็นสกุลเงินที่ซับซ้อน เข้าถึงง่าย และโปร่งใสที่สุด ใครก็ตามที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้าร่วมในการพัฒนาหรือสร้างแอพพลิเคชันจากเหรียญดังกล่าวได้ไม่ยาก

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจใน Bitcoin และความหมายของเหรียญดังกล่าว โดยต่อไปนี้เป็นคำจำกัดความและการอ้างอิงอื่นๆ ของ Bitcoim จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาสกุลเงิน Bitcoin มาหลายปี

BTC คือเงินอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีใครควบคุมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แทนที่จะไว้วางใจหน่วยงานที่มีอำนาจในการทำบัญชี ผู้ใช้จำนวนมากสามารถใช้โปรแกรมบัญชีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครโกง โดยการทำธุรกรรมจะปลอดภัยจากค่าเงินบิทคอยน์ที่มีมูลค่าตลาดสูง https://t.co/vV2QRSgZM4

— Jameson Lopp (@lopp) 1 มิถุนายน 2019

[

Bitcoin เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเครือข่ายเพียร์ทูเพียร์และระบบการเข้ารหัสแบบกระจายที่ทำให้การผูกขาดอำนาจในปัจจุบันที่ควบคุมโดยธนาคาร รัฐบาล และองค์กรขนาดใหญ่อ่อนแอลง ซึ่งอาจทำให้เราต้องตกเป็นทาสในสังคมเผด็จการของพวกเขา

— wiz (@wiz) 13 พฤษภาคม 2019

[

อีกหนึ่งมูลค่าของสกุลเงิน Bitcoin ก็คือการนำมาซึ่งการปฏิวัติที่ไร้ความรุนแรง!

— Jon ₿ ⚡️ (@Jonbros01) 13 พฤษภาคม 2019

[

แน่นอนว่า สกุลเงินบิทคอยน์ทำให้ผู้คนสามารถเลือกไม่ใช้ระบบสกุลเงินของธนาคาร/รัฐบาลอย่างไร้ความรุนแรง และสามารถเลือกใช้ระบบการเงินที่ยุติธรรมซึ่งควบคุมโดยกฎฉันทามติที่ไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งควบคุมโดยคณิตศาสตร์และวิทยาการคริปโต และจะเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ทุกคน

— wiz (@wiz) 13 พฤษภาคม 2019

[

Bitcoin เป็นเหมือนไฟฟ้าในยุคแรกเริ่มที่รุนแรง อันตราย ผันผวน และใช้งานยาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหรียญบิทคอยน์จะเริ่มปลอดภัยขึ้น ใช้ง่ายขึ้น และเป็นปกติมากขึ้น เช่นเดียวกับไฟฟ้า เหรียญจะสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ในปัจจุบัน และสักวัน เราจะนึกสงสัยว่า Bitcoin มาจากไหนกันแน่?

— O₿iWan (@ObiWanKenoBit) 12 พฤษภาคม 2019

[

#bitcoin เป็นเหรียญดิจิทัลระดับโลกที่ทนทานต่อการเซนเซอร์ ไม่เปลี่ยนรูปแบบ ซึ่งไร้ขอบเขตและกระจายอำนาจโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็น “ตัวเก็บมูลค่า” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาเงินเฟ้อ

— ⚡CRYPTOLOGIST⚡ (@kadhirvelavan) 12 พฤษภาคม 2019

[

เป็นสกุลเงินที่ไม่มีใครมาหยุดได้

— Alex Fortin (@realAlexFortin) 12 พฤษภาคม 2019

[

Bitcoin คือการผสมผสานระหว่างเศรษฐศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ทั้งยังเป็นเหรียญที่มูลค่าคงที่และเป็นบัญชีแยกประเภทที่ทำงานบนเครือข่ายแบบกระจายอำนาจ ซึ่งเปิดตัวเพื่อแทนที่ระบบค่าเงินเฟ้อในปัจจุบัน หลังจากช่วงที่เศรษฐกิจล่มสลายในปี 2008

— ₿TCkitty (@CryptoSenseYT) 12 พฤษภาคม 2019

[

Bitcoin เปรียบเสมือน BitTorrent เพื่อโหลดเงิน โดยคุณไม่สามารถหยุดเหรียญได้ เพราะทั้งมีอยู่และไม่มีอยู่ในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครควบคุมได้ เพราะคุณเป็นผู้ควบคุมเอง ถือเป็นสสารที่หายากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาและสามารถขนส่งได้ด้วยการแบ่งปันข้อมูล รับผิดชอบความเสี่ยงด้วยตัวเองถ้าไม่สนใจ

— Gigi (@dergigi) 2 มิถุนายน 2019

[

BTC ป้องกันการใช้จ่ายซ้ำซ้อนที่ไม่มี Single Point of Failure และยังเป็นที่ต้องการมากขึ้นทุกวันเมื่อโลกเริ่มพัฒนาสู่สังคมไร้เงินสด เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่น่าถือที่สุด เช่น เงินสดหรือทองคำ แต่อยู่ในรูปแบบออนไลน์ การทำธุรกรรม BTC นั้นยากที่จะหยุด ควบคุม เปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนกลับ เพราะมีนักพัฒนาระดับแนวหน้าจำนวนมากที่คอยพัฒนา BTC

— Craig Wrong®️ (@YangVentures) 1 มิถุนายน 2019

[

รูปแบบการชำระเงินที่ยึดและเซนเซอร์ไม่ได้ พร้อมเป็นตัวเก็บมูลค่าเนื่องจากภาวะเงินฝืดของทองคำ เสมือนเป็นสกุลเงินที่มูลค่าคงที่ โดยเหตุผลของการประดิษฐ์ Proof Of Work ของ Satoshi ที่เป็นการใช้งานไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเข้ารหัสเป็นโอเพ่นซอร์สพร้อมฉันทามติแบบกระจายอำนาจโดยโหนดผู้ตรวจสอบ – #Bitcoin

— Tone Vays [#UnderstandBit] (@ToneVays) 1 มิถุนายน 2019

[

จากหนังสือของผม: “Bitcoin สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์แบบกระจายที่ช่วยโอนมูลค่าโดยใช้สกุลเงินที่ได้รับการป้องกันจากภาวะเงินเฟ้อที่ไม่คาดคิดโดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สามแต่อย่างใด”

— Saifedean Ammous (@saifedean) 2 มิถุนายน 2019

[

บัญชีแยกประเภทที่ใช้ร่วมกันซึ่งแสดงยอดคงเหลือของทุกคน โดยคุณสามารถใช้จ่ายได้โดยใช้รหัสผ่านของคุณเท่านั้น ซึ่งมีเพียงคุณเท่านั้นที่รู้ เงินเฟ้อขึ้นปีละ 4% ดังนั้นผู้คนจึงต่างคงให้งบดุลโปร่งใสมากที่สุด

— Richard Heart Pumpamentals.com (@RichardHeartWin) 1 มิถุนายน 2019

[

Bitcoin คือ:
– ระบบจัดเก็บและโอนมูลค่าผ่านสื่อการสื่อสารที่เปิดให้ผู้รับสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของการโอนได้ด้วยตนเอง
– เวอร์ชันแรกของระบบดังกล่าวถูกริเริ่มโดย Satoshi Nakamoto และเผยแพร่ให้ใช้งานตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน

— nic carter (@nic__carter) 1 มิถุนายน 2019

[

สิ่งที่คงค่าเงินบิทคอยน์เอาไว้ก็เหมือนกับฮอร์ครักหรือวัตถุเวทมนตร์ที่กระจายออกไปในแต่ละที่

— Mike Elias (@harmonylion1) 1 มิถุนายน 2019

[

– ป้องกันความเสี่ยงจากรัฐบาลห่วยๆ ที่ลดค่าเงินออมด้วยอัตราเงินเฟ้อ
– ธนาคารไม่สามารถหยุดการสื่อสารแบบไร้สายได้
– ไม่มีใครสามารถปิดกระเป๋าเงินได้
– การรับเงินไปต่างประเทศรวดเร็วและถูกกว่าการใช้ธนาคาร
– ไม่เหมาะสำหรับการฟอกเงิน
– ไม่เหมาะสำหรับการควบคุมโดยบุคคลที่สาม

— Alena Vranova (@AlenaSatoshi) 2 มิถุนายน 2019

[

เราต้องการเงินจำนวนมากเพื่อเก็บมูลค่าไว้ตลอดเวลา แต่พวกรัฐบาลปรสิตกลับอยากที่จะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ เราต้องการเงินมืดเพื่อแลกเปลี่ยนมูลค่าระหว่าง แต่พวกรัฐบาลต้องการติดตาม/เก็บภาษี หน่วยงานใดๆ ที่มอบเงินแข็ง/มืดกลับถูกสั่งปิดโดยพวกรัฐปรสิตที่ทรงพลัง เราจึงคิดค้นวิธีการที่ไม่สามารถถูกปิดได้

— Giacomo Zucco [I identify as ‘SJW-ism is a Fraud’] (@giacomozucco) 1 มิถุนายน 2019

[

เหรียญบิทคอยน์เป็นเงินรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการเก็บและโอน ถูกสร้างขึ้นและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนแบบสมัครใจโดยสิ้นเชิง ไม่ได้เป็นเหรียญที่อยู่ภายใต้ความตั้งใจของนักการเมือง ธนาคาร หรือนักเศรษฐศาสตร์

อะไรแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

— Johnathan Corgan (@jmcorgan) 2 มิถุนายน 2019

[

เสรีภาพในการแสดงออกในรูปแบบของเงิน

— Gab.com (@getongab) 2 มิถุนายน 2019

[

เหรียญบิทคอยน์คือสกุลเงินที่
– ยึดไม่ได้
– อุปทานเติบโตแบบเงียบๆ ควบคุมโดยอัลกอริธึม
– ธุรกรรมจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตและไม่สามารถบล็อกได้
– เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ควบคุมโดยผู้ใช้

— Justin Moon (@_JustinMoon_) J 1 มิถุนายน 2019

[

Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและเงิน โดยอุปทานมีจำกัดและถูกเขียนลงในโค้ดโอเพ่นซอร์ส โดยผู้ใช้ (ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ) จะสามารถตรวจสอบสิ่งที่เป็นจริงได้ในบัญชีแยกประเภท ทำได้โดยโหนดและบล็อกขุดทุกๆ 10 นาที นี่เป็นทั้งวิธีการออกและการกำกับดูแล

— Bruce Fenton (@brucefenton) 1 มิถุนายน 2019

[

ระบบการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตที่ใช้ระบบ Cryptographic Proof แทนความไว้ใจ ที่เป็นการประหยัดต้นทุนการทำธุรกรรมจากการที่ไม่มีหน่วยงานรัฐมาเกี่ยว ทั้งยังลดขนาดธุรกรรมขั้นต่ำ และเปิดให้สามารถทำธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ ได้

— Matthew Green (@matthew_d_green) 2 มิถุนายน 2019

[

BTC คือวิธีการถ่ายโอนมูลค่าให้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีบุคคลที่สาม พร้อมบันทึกธุรกรรมบน Blockchain สาธารณะโดยเสียค่าธรรมเนียมน้อยและมีความปลอดภัยสูง ทั้งยังเป็นสกุลเงินที่กระจายอำนาจโดยมีอุปทานคงที่พร้อมการลดอัตราเงินเฟ้อทุกๆ 4 ปี เป็นตัวเก็บมูลค่าโดยแท้

— Jon Cooke {ŁTC} (@JonCooke17) 1 มิถุนายน 2019

[

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับบิทคอยน์


ประวัติบิทคอยน์เริ่มตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 ตอนที่ Satoshi Nakamoto และเหล่าไซเฟอร์พังค์คนอื่นๆ ตัดสินใจทำให้ไอเดียการสร้างสกุลเงินนี้เป็นจริง ซึ่ง ณ วันนี้ ราคาปัจจุบันของหนึ่ง Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 9,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ถูกตัดสินโดยกลไกตลาดง่ายๆ อย่างอุปสงค์และอุปทาน ยิ่งมีความต้องการ Bitcoin มากขึ้นเท่าไหร่ ราคาเหรียญก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมว่าบิทคอยน์คืออะไร เล่นยังไง มีมูลค่าได้อย่างไร ก็สามารถอ่านตำแนะนำโดยย่อได้ที่นี่

มี Bitcoins เกือบ 18 ล้านรายการหมุนเวียนในเดือนมิถุนายน 2019 โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 150 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินทั่วไป เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีการหมุนเวียนอยู่ 3.7 ล้านล้าน จำนวนนี้จะยิ่งน้อยลงไปอีกหากเราเปรียบเทียบ Bitcoin กับทองคำ ซึ่งมีมูลค่าตลาดมากกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์

เงินฐาน: อุปทานทั่วโลกรวมกัน

ที่มา: Crypto Voices.

ผู้สร้าง Bitcoin ซึ่งเป็นบุคคลหรือกลุ่มที่ใช้นามแฝง Satoshi Nakamoto ได้จำกัดเหรียญที่สามารถนำไปหมุนเวียนได้ในราคาต่ำกว่า 21 ล้าน เป็นที่คาดกันว่า Bitcoin เหล่านั้นทั้งหมดจะถูกผลิตขึ้น (ในศัพท์เฉพาะของเหรียญคริปโตใช้คำว่า “ขุด”) ภายในปี 2140

เครือข่าย Bitcoin มีการกระจายอำนาจ ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครควบคุมได้ โดยอิงตามเทคโนโลยี Blockchain หรือที่เรียกว่าเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (DLT)

Bitcoin นำหน้าเหรียญคริปโตอื่นๆ ไม่เพียงแต่ในแง่ของราคาเท่านั้น และยังมีเครือข่ายร้านค้ามากมายที่รองรับ แต่ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนั้นมีความซับซ้อนในการใช้ Bitcoin ในการซื้อประจำวัน เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการยืนยันธุรกรรมที่ช้าลง ดังนั้นบางครั้ง Bitcoin จึงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์มากกว่าสกุลเงิน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดโซลูชั่น Layer 2 อย่าง The Lightning Network (LN) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายโดยเสียค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด

นอกจากนี้ Bitcoin ยังได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนที่หวังทำกำไรจากความผันผวนของราคา บางคนถึงกับบอกว่าราคา Bitcoin ถูกใช้เพื่อหาประโยชน์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปได้เนื่องจากยังไม่ได้รับการควบคุม นักลงทุนในอุตสาหกรรมที่รวยๆ (หรือที่เรียกว่าวาฬ) สามารถมีสร้างผลกระทบต่อราคา Bitcoin ได้มากกว่าคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาก็มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลงเมื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีสภาพคล่องเพียงพอ

การเริ่มต้นใช้งาน Bitcoin


การเริ่มต้นใช้งาน Bitcoin นั้นง่ายขึ้นทุกวัน โดยสิ่งที่คุณต้องทำคือตั้งค่าบัญชีกระดานเทรดคริปโตและติดตั้งแอพ Bitcoin Wallet เท่านี้คุณก็เริ่มใช้งาน Bitcoin ได้แล้ว

ถ้าคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องวิธีซื้อ Bitcoin คลิกที่นี่ คุณยังสามารถขาย Bitcoin ของคุณได้ตลอดเวลาเช่นกัน ดูได้ที่วิธีขายบิทคอยน์ และอีกทั้ง, วิธีซื้อ Bitcoin ด้วยบัตรเครดิต

โปรดเข้าว่าราคามีความผันผวนสูง โดยมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นลงที่อาจสูงถึงสองหลักด้วยกัน ในปี 2017 ราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นจากต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญเป็นมากกว่า 14,000 ดอลลาร์ และถึงจุด 19,000 ดอลลาร์ บางคนคาดการณ์ว่าค่าเงินบิทคอยน์จะสูงถึงหลายสิบหรือหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่นักลงทุนในตลาดรายอื่นเชื่อว่าไม่มีมูลค่าและเรียกว่าเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นแบบฟองสบู่ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bitcoin มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากแล้วค่อยลดลง ตั้งแต่ปี 2011 ราคาเหรียญบิทคอยน์มีการพุ่งแรงถึงสามครั้ง ซึ่งตามมาด้วยการกลับตัวลง 80% เหตุการณ์ “ฟองสบู่” ทั้งหมดนี้ส่งผลให้มูลค่าสุทธิของเหรียญเพิ่มขึ้นทุกครั้ง

แหล่งที่มาของเหตุการณ์ Bitcoin Bubble ในอดีต

เหตุการณ์ฟองสบู่ของ Bitcoin ในอดีต ที่มา: ChartsBTC / Twitter

ไม่ว่าในกรณีใด Bitcoin กำลังดึงดูดผู้ใช้และนักเทรดทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสามารถข้ามธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ ได้ และสามารถทำให้ธุรกรรมระหว่างประเทศถูกลงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การโอน Bitcoin มูลค่า 1 ดอลลาร์หรือ 100 ล้านดอลลาร์จะมีค่าใช้จ่ายเท่ากัน

หากคุณสนใจ นี่คือรายชื่อร้านค้าและบริษัทรายใหญ่ที่รับการชำระเงินด้วย Bitcoin (BTC)

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีการไม่เปิดเผยตัวตนมากกว่าการธนาคารแบบเดิม (แม้ว่าจะไม่ใช่การไม่เปิดเผยตัวตน 100%) และช่วยให้ผู้คนควบคุมเงินของตนได้มากขึ้น เนื่องจากไม่มีรัฐบาลมาควบคุมอุปทาน และไม่มีธนาคารใดสามารถอายัดบัญชีของคุณได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลบางแห่งก็ได้สั่งห้ามการใช้ Bitcoin (เช่น รัสเซีย) หรือจำกัดการใช้ Bitcoin (เช่น จีน) อย่างไรก็ตาม การห้ามดังกล่าวใช้ได้เฉพาะในทางทฤษฎีเท่านั้น เนื่องจากไม่มีอะไรที่สามารถหยุดผู้คนจากการซื้อขาย Bitcoin ได้ โดยนี่คือรายการทั้งหมดของประเทศที่ Bitcoin และเหรียญคริปโตถูกกฎหมายหรือถูกแบน

แล้ว Bitcoin คืออะไร?


Bitcoin ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจในแค่บทความสอนเดียว บางคนศึกษามาหลายปีแล้วก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดหากคุณต้องการใช้สกุลเงินดังกล่าว

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Bitcoin และเหรียญคริปโตสกุลอื่นๆ ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา และไม่มีใครรู้ว่าจะมีโอกาสหรือปัญหาอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเงินแบบดั้งเดิมที่เราใช้กันทุกวันเช่นกัน เงินอาจจะสูญเสียมูลค่าหรือถูกแช่แข็งเอาไว้ในบัญชีธนาคาร หรือระบบการชำระเงินทั้งหมดอาจถูกแฮ็ก

ทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ Bitcoin ครอบคลุมอยู่ในนี้และคู่มือ Bitcoin ที่เหลือทั้งหมดของเรา