Stop Loss คืออะไรและควรตั้งเท่าไหร่ดี?

สมชาย หวาง
| 3 min read

Stop Loss

Stop Loss คือหนึ่งในเทคนิคการเทรดที่นักลงทุนทุกคนควรทราบ เพราะการลงทุนมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส นักลงทุนควรนำเทคนิคนี้ไปใช้เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการลงทุนในตลาดในคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ที่มีความผันผวนสูงมาก

บทความนี้จะนำพาคุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกับ Stop Loss และคำแนะนำควรตั้ง Stop Loss เท่าไหร่ดีหากเกิดสถานการณ์ที่กราฟขาลง

Stop Loss คืออะไร


Stop Loss คือเทคนิคการลงทุนด้วยการ ‘ขาย’ สินทรัพย์แบบขาดทุนในสถานการณ์ที่กราฟอยู่ในช่วงขาลงเพื่อรักษาเงินต้นทุนไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่าเดิม สามารถนำไปใช้กับการลงทุนได้หลายประเภท เช่น คริปโทเคอร์เรนซี หุ้น และกองทุนรวม

Stop Loss ทำงานอย่างไร

หลักการณ์ทำงานของ Stop Loss คือนักลงทุนกำหนดจุดขาดทุนสูงสุดที่จะรับได้ เมื่อมูลค่าของสินทรัพย์ได้ลดลงจนใกล้ถึงจุดนั้นและ/หรือถึงจุดนั้น ให้นักลงทุนตัดสินใจขายสินทรัพย์แบบขาดทุนในทันทีเพื่อรักษาเงินต้น

Stop Loss

เช่น นักลงทุนได้ซื้อเหรียญคริปโตมาใหม่ในราคา 10 บาท นักลงทุนได้กำหนดเป้าหมายกำไรคือ 13 บาทและจุดขาดทุนสูงสุดที่สามารถรับได้หรือจุด Stop Loss คือ 7 บาท หลังจากนั้นมูลค่าเหรียญได้ลดลงที่ 7.5 บาท นักลงทุนตัดสินใจขายเหรียญทันทีก่อนที่จะถึงจุดขาดทุนที่วางแผนไว้

อย่างไรก็ตาม มีนักลงทุนหลายคนเลือกที่จะไม่ใช้เทคนิค Stop Loss เพราะนักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่ามูลค่าของสินทรัพย์จะกลับมาสู่จุดเดิมและ/หรือมากกว่าจุดเดิมด้วยเหตุผลบางอย่าง

เช่น นักลงทุนได้ซื้อเหรียญคริปโตในช่วงพรีเซลและมูลค่าเหรียญได้ลดลงหลังจากซื้อ 1 สัปดาห์ แต่นักลงทุนเลือกที่จะถือสินทรัพย์ต่อไปเพราะนักลงทุนเชื่อมั่นว่านี่เป็นเหรียญพรีเซลที่ดีที่สุดและมีโอกาสที่ราคาเหรียญจะมากขึ้นหลายเท่าตัวในอนาคตหากเหรียญได้ถูกลิสต์บนกระดานเทรด

แนะนำ 3 เทคนิควิธีตั้ง Stop Loss


ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในเหรียญคริปโตที่ดีที่สุดอย่าง Bitcoin หรือในเหรียญที่ถูกจัดว่าอยู่ในกลุ่ม Shit Coin การใช้เทคนิค Stop Loss มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะจะช่วยรักษาเงินต้นของนักลงทุนให้มีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Stop Loss

ต่อไปนี้คือเทคนิคการตั้ง Stop Loss 3 เทคนิคที่นักลงทุนควรทราบและนำไปปฏิบัติตาม

  • Market Structure

นักลงทุนกำหนดจุด Stop Loss จากกราฟราคาย้อนหลัง 7 วัน 1 เดือน หรือ 1 ปี และนำทฤษฎีดาว (Down Theory) มาใช้ วิธีการก็คือให้นักลงทุนสังเกตว่าท้องคลื่นและคลังคลื่นของราคาอยู่จุดใด จากนั้นให้นักลงทุนนำราคาที่อยู่ท้องคลื่นมาเป็นจุด Stop Loss

  • Moving Average

นักลงทุนกำหนดจุด Stop Loss จากเส้น MA ซึ่งจะมีแบบย้อนหลัง เช่น 20, 75 หรือ 100 วัน จากนั้นให้นักลงทุนเลือกจุด Stop Loss จากจุดราคาที่ตัดกับเส้น MA เมื่อราคาสินทรัพย์ใกล้และ/หรือถึงจุดดังกล่าว ให้นักลงทุนตัดสินใจขายทันที ทั้งนี้ เทคนิคนี้ไม่เหมาะแก่เหรียญที่ก่อตั้งได้ไม่นาน เช่น เหรียญมีม เพราะไม่มีข้อมูลราคาย้อนหลังมากนัก

เส้น MA
ที่มา: Investopedia
  • Percentage Change

นักลงทุนกำหนดจุด Stop Loss จากเปอร์เซ็นต์การติดลบของมูลค่าของสินทรัพย์ เช่น -5% -10% หรือ -15% จากนั้นเมื่อราคาสินทรัพย์ใกล้และ/หรือถึงเปอร์เซ็นต์ ให้นักลงทุนตัดสินใจขายทันที

ทั้งนี้ ก่อนที่นักลงทุนจะเลือกใช้เทคนิค Stop Loss ใดก็ตาม นักลงทุนควรนำปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อราคาสินทรัพย์มาพิจารณาร่วมด้วย เช่น ช่วงเวลานั้นมีสัญญาณตลาดกระทิงหรือตลาดหมีหรือไม่ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างไร เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญมาแรงที่มีโอกาสราคาพุ่งในอนาคตหรือเปล่า เป็นต้น

บทสรุป


Stop Loss คือเทคนิคการลงทุนด้วยกำหนดจุดขาดทุนและทำการขายสินทรัพย์ที่ราคาดังกล่าวเมื่อมูลค่าของสินทรัพย์ได้ลดลงจนใกล้และ/หรือถึงจุดที่กำหนดเพื่อรักษาเงินต้นทุนไม่ให้ขาดทุนไปมากนั้น เป็นเทคนิคที่สามารถนำไปใช้กับการลงทุนหลายประเภท เช่น คริปโทเคอร์เรนซี หุ้น และกองทุนรวม